ทีมนักวิจัยนานาประเทศศึกษาและทำการค้นพบแนวความร้อนที่เกิดขึ้นในแวดวงวิทยาศาสตร์ศิลป์และก็ภาพยนตร์

ทีมงานนักวิจัยซึ่งรวมทั้งวิทยาลัยวิทยาศาสตร์และก็เทคโนโลยีที่เมืองเพนน์สเมืองสองที่ได้วิเคราะห์ผลงานของนักวิทยาศาสตร์นักแสดงแล้วก็ผู้กำกับการแสดงภาพยนตร์เกือบจะ 30,000 คนเพื่อศึกษาว่าผลงานที่ก่อให้เกิดผลกระทบสูงในสาขากลุ่มนี้จะมีเส้นไหมหรือเปล่า

ตาม Lu Liu, นิสิตปริญญาเอกในวิทยาลัย IST รวมทั้งสมาชิกของทีมงานนักวิจัย, พวกเขาเจอต้นแบบสากล

“โดยประมาณ 90 เปอร์เซ็นต์ของผู้ที่มีความเชี่ยวชาญในอุตสาหกรรมพวกนี้มีมือร้อนอย่างต่ำหนึ่งมือรวมทั้งบางบุคคลมีสองหรือสามข้อ” คุณกล่าว

คณะทำงาน “แนวร้อนในศิลป์วัฒนธรรมรวมทั้งวิทยาศาสตร์” พึ่งเผยตัวขึ้นใน Nature

หลิวบอกว่ามีความคิดเกี่ยวกับเรื่องของความร้อนในแต่ละอาชีพ ตาม “ผล Matthew” ยิ่งคุณโด่งดังมากแค่ไหนคุณก็ยิ่งได้โอกาสประสบผลสำเร็จในคราวหลังซึ่งช่วยเหลือการมีอยู่ของแนวร้อน สถานศึกษาอื่นๆของความนึกคิด – กฎผลพวงแบบสุ่ม – อนุมานได้ว่าความเสร็จของอาชีพเป็นหลักสุ่มแล้วก็เป็นหลักเคลื่อนโดยระดับของการสร้าง

“ผลวิจัยของพวกเราเสนอมุมมองที่ไม่เหมือนกันเกี่ยวกับอาชีพของแต่ละบุคคล” หลิวกล่าว “พวกเราพบว่าตอนที่แต่ละคนส่งผลงานดียิ่งกว่าอาชีพธรรมดาของเขารวมทั้งจังหวะของแนวร้อนเป็นแบบสุ่ม”

คุณเสริมว่า “ต่างจากการรับทราบ (ในวรรณคดีสิ่งใหม่) ว่าสมรรถนะสูงสุดเกิดขึ้นในสมัย 30 หรือ 40 ของแต่ละบุคคลผลของพวกเราทำให้เห็นว่าบุคคลได้โอกาสที่เสมอภาคสำหรับการปฏิบัติงานก้าวหน้าเพิ่มขึ้นต่อให้ในสายอาชีพของพวกเขา”

นักค้นคว้ายังอยากที่จะศึกษาว่าแต่ว่าละคนมีประสิทธิผลเยอะขึ้นเรื่อยๆในตอนช่วงเวลาที่มีอากาศร้อนหรือเปล่าโดยเฉลี่ยราว 4-5 ปี คาดไม่ถึงพวกเขามิได้

“บุคคลชี้ให้เห็นถึงความเคลื่อนไหวการสร้างที่ไม่สามารถที่จะตรวจเจอได้ในตอนที่มีอากาศร้อนหากว่าผลงานของพวกเขาขณะนี้จะดีมากกว่าค่าถัวเฉลี่ยอย่างชัดเจนนั่นนับว่ามีการเปลี่ยนด้านความริเริ่มคิดสร้างสรรค์ของแต่ละบุคคลเมื่อกำเนิดกระแสร้อน” กระดาษ.

จากการค้นคว้าวิจัยทีมงานนักวิจัยได้พินิจพิจารณาข้อมูลที่ได้จากแหล่งต่างๆพวกเขามองดูไปที่เอกสารที่นักค้นคว้าอ้างเยอะที่สุดจาก Web of Science รวมทั้ง Google Scholar ราคาประมูลนักแสดงและก็ฐานข้อมูลภาพยนตร์อินเทอร์เน็ต (IMDB) เพื่อประเมินความนิยมชมชอบของภาพยนตร์รวมทั้งผู้ตัดสินของพวกเขา หลังจากนั้นก็เลยสร้างทางอาชีพสำหรับแต่ละบุคคลขึ้นกับข้อมูลดังที่กล่าวผ่านมาแล้ว

“ปริศนาเริ่มจากการดูกฎผลพวงแบบสุ่ม” หลิวกล่าว “พวกเราเริ่มจากที่จะพินิจพิจารณาว่ามันใช้กับโดเมนที่ต่างกันเพื่อความสนเท่ห์ใจของพวกเราพวกเราเจอสิ่งที่น่าดึงดูดเยอะขึ้นเรื่อยๆ.”

คุณชี้แจงว่าเมื่อนักค้นคว้ามองดูไปที่ผลงานที่ส่งผลกระทบสูงสุดของนักวิทยาศาสตร์ผ่านเอกสารที่อ้างถึงสูงที่สุดช่วงเวลาของพวกเขาก็เป็นแบบสุ่มเหมือนกันกับระยะเวลาของบทความที่อ้างถึงสูงที่สุดชั้นลำดับที่สอง นักค้นคว้าพบว่าความข้องเกี่ยวพวกนี้มีความเกี่ยวข้องกัน