พิพิธภัณฑสถานอาสาสมัครศึกษาและทำการค้นพบนกกระสาสายพันธุ์ใหม่ที่สิ้นพันธุ์ในพื้นที่ฟอสซิลทางเหนือของฟลอริดา

เมื่อกระดูกของนกกระสาโบราณถูกศึกษาและทำการค้นพบที่ไซต์ฟอสซิลนอร์ ธ ฟลอริดาการศึกษาและทำการค้นพบมิได้ทำโดยนักค้นคว้า แม้กระนั้นโดยพิพิธภัณฑสถานอาสาสมัครประวัติศาสตร์ธรรมชาติที่ฟลอริดาสองที่

นกกระสาประเภทนี้ไม่ทราบจะมาก่อนนกกระสาเป็นชื่อ Taphophoyx hodgei (TAFF’-oh-foy-ks HAHJ’-ee-eye) เพื่อเป็นเกียรติแก่เจ้าของที่ Eddie Hodge ซึ่งอนุญาตให้นักค้นคว้าพิพิธภัณฑสถานฟลอริดาและก็อาสาสมัครขุดเว็บ เงินของเขาใกล้กับวิลลิสตันตั้งแต่หลานสาวศึกษาและทำการค้นพบฟอสซิลตรงนั้นหนแรกในปี 2558

มีอาสาสมัครเกือบจะ 700 คนทำงานที่ไซต์ฟอสซิลของมอนทรูคโดยมีการขุดมากยิ่งกว่า 12,000 ชั่วโมง

“ คุณไม่มีกลุ่มของผู้คนที่ดีมากยิ่งกว่านี้อีกแล้ว” ฮ็อดจ์กล่าว “ มีการไม่ยอมรับบ่อยเมื่อพวกเรากลับถึงที่บ้านรวมทั้งเปิดทีวี แม้กระนั้นคุณกระปรี้กระเปร่าไหมที่ได้ออกไปดำเนินการตรงนี้เนื่องจากอาสาสมัครตื่นเต้นแล้วก็เป็นบวกกับบางสิ่งบางอย่าง”

กระดูกที่ใช้เจาะจงนกกระสาใหม่ถูกศึกษาและทำการค้นพบโดยอาสาสมัครโทนีแอนเบนจามินและก็ชารอนกรรไกร

Taphophoyx hodgei – ชื่อพืชหมายความว่า “ฝังนกกระสา” ในภาษากรีกรวมทั้งภาษาละติน – เป็นสายพันธุ์ใหม่แรกที่จะชี้แจงจาก Montbrook สายพันธุ์ใหม่ฯลฯจากแหล่งซากดึกดำบรรพ์คอยการพิมพ์

David Steadman ผู้ดูแลพิพิธภัณฑสถานฟลอริดาด้านวิทยารวมทั้งนักเขียนนำคำชี้แจงของ T. hodgei บอกว่ามันเป็นการฟื้นฟูชุมชนฟอสซิลในแคว้น “ หนึ่งในค่าที่ยิ่งใหญ่ที่สุดของ Montbrook ซึ่งมันเป็นอุปกรณ์การเล่าเรียนด้วยกัน”

เนื่องจากว่ามอนทรูคเป็นแหล่งฟอสซิลสถานที่ทำงานอย่างเข้มข้นการประมวลผลการศึกษาและทำการค้นพบก็เลยจะต้องอาศัยการทำงานเป็นกลุ่มของนักวิทยาศาสตร์แล้วก็มือสมัครเล่น ฮ็อดจ์ดูแลการจัดการที่ดินจำนวนมากที่มอนทรูคอยากได้รวมทั้งการโยกย้ายสิ่งสกปรกรวมทั้งการจัดการการระบายน้ำ นอกเหนือจากการปฏิบัติงานนอกสถานที่แล้วอาสาสมัครยังจัดเตรียมและก็ทำรายการแบบอย่างในห้องทดลองซากดึกดำบรรพ์สัตว์กินนมของพิพิธภัณฑสถานฟลอริดา

วันที่ดีสำหรับเพื่อการขุดใช้เวลาระหว่าง 10 ถึง 20 วันสำหรับเพื่อการดำเนินงานในห้องแลป Jonathan Bloch ผู้ดูแลพิพิธภัณฑสถานฟลอริด้าของซากดึกดำบรรพ์สัตว์มีกระดูกสันหลังแล้วก็คนประสานงานของขุดฟอสซิลกล่าว

“ พวกเราไม่สามารถที่จะดำเนินงานทั้งหมดทั้งปวงนี้ได้โดยไม่มีความช่วยเหลือจากมหาชน” Bloch กล่าว “ อาสาสมัครไม่เพียงแค่ แต่ว่าเป็นกระดูกสันหลังของการขุดแค่นั้น แต่ว่ายังมีส่วนช่วยสำหรับในการศึกษาและทำการค้นพบด้านวิทยาศาสตร์”

สเตดแมนแล้วก็เด็กนักเรียนปริญญาโทต่อจากนั้นโอโอะทาติดอยู่โนะใช้รูปแบบของกระดูกสะบักรวมทั้งคอรารอด์ของกระดูกสองซี่ที่แยกออกมาเพื่อรองรับไหล่ของนกเพื่อระบุความเชื่อมโยงระหว่างนกกระสาโบราณกับเชื้อสายยุคใหม่

พวกเขามั่นใจว่า T. hodgei มีความเกี่ยวข้องอย่างใกล้ชิดกับเสือโคร่งในตอนนี้ซึ่งอาศัยอยู่ในประเทศเม็กซิโกแล้วก็อเมริกากึ่งกลางและก็อเมริกาใต้ พวกเขาได้ให้สายพันธุ์ใหม่ชื่อสามัญว่า “เสือนกกระสาของฮ็อดจ์”

“ นกกระสาตัวนี้เพิ่มชุดนกน้ำขนาดใหญ่จำพวกนี้ที่พวกเราเจอที่มอนท์บรูค” สเตดแมนกล่าว “ พวกเราได้มองเห็นครอบครัวของนกประเภทเดียวกันที่คุณมองเห็นบริเวณพื้นที่เปียกน้ำในวันนี้ แม้กระนั้นพวกมันสิ้นซากไปแล้วความท้าที่บันเทิงใจเป็นการค้นหาว่าเกี่ยวพันกับสายพันธุ์อะไรก็ตามบริเวณฟลอริด้าในวันนี้หากแม้ภายหลังจากผ่านไปสามปีครึ่งพวกเราก็มิได้อยู่ใกล้ผลตอบแทนที่ลดน้อยลง ”

Takano ตอนนี้เป็นมหาวิทยาลัยนิวเม็กซิโกปริญญาเอก ผู้เรียนพูดว่าซากดึกดำบรรพ์นกนั้นเจอได้โดยเฉพาะในเว็บอย่างมอนทรูคที่ซากดึกดำบรรพ์โดยมากอยู่ในกรุ๊ปสัตว์ประเภทหนูเล็กสัตว์เลือดอุ่นช้างที่สิ้นพันธุ์ไปแล้ว

“ โดยธรรมดากระดูกของนกจะไม่ฟอสซิลเจริญเนื่องจากว่ามันกลวง” คุณกล่าว “ มันค่อนข้างจะหายากที่จะเจอกระดูกของนกที่ได้รับการรักษาไว้อย่างดีเยี่ยมและก็แม้กระทั้งหายากกว่าที่จะถ้ารอบเดือนกก้อง” คือกระดูกที่จะล็อคเข้าด้วยกันภายในร่างกายของนก